Satdha's profileบันทึกของหมีน้อยPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
ขอต้อนรับสู่ Guestbook ของหมีน้อยตาดำๆ ท่านสามารถเขียนข้อความได้ตามอัธยาศัยครับ
Pranithanwrote:
หวัดดีค้าบบ ผมไม่ได้เมนต์ให้นานมากเลยนะครับ ขอโทษด้วยนะครับ
ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ "แม้แต่จะคิด" จะสอบ TOEFL แหละครับ แล้วพี่โน๊ตสบายดีหรือเปล่าละครับเนี่ยย ตกลงเรื่องเรียนต่อต่างประเทศ.. เป็นไปตามเป้ามาก น้อยเพียงใดครับ ผมเป็นกำลังใจให้คนที่มีเป้าหมายคล้ายๆ กันนะครับ
May 22
Pranithanwrote:
ฝัน ฝัน ฝัน ตั้งใจ จะใฝ่ฝัน
ฟันฝ่าฟัน อุปสรรค์ ที่ขัดขวาง ทรหด อดทน เดินสุดทาง จุดหมายที่ วาดหวัง คงพบพาน ล้มลงแล้ว ลุกขึ้น ก้าวต่อไป ไร้สิ่งใด หยุดไฟ แห่งความฝัน ร้อนจะสู้ หนาวจะทน ฝนจะทาน คงจะผ่าน เจอสายรุ้ง สาดส่องมา ขอให้ไปให้ถึงฝันนะครับ
Feb. 23
Pranithanwrote:
ขอบคุณมากนะครับสำหรับ disproof ของพี่ พออ่านจบ(ตอนสุดท้ายเข้าใจ)
แทบจะหลั่งน้ำตา จริงๆ แบบว่า ปลื้มอะที่อ่านแล้ว "เข้าใจ" ด้วย ^^ ผมเคย "เกลียด" คณิตศาสตร์เข้าไส้ แต่ตอนนี้ก็ยังทั้งรักทั้งชัง (เหอะๆ) แหมๆ ชีวิตคู่ยังมีทั้งหวานทั้งขมเลยเนอะ
Jan. 15
Pranithanwrote:
โหห ประสบการณ์ชีวิตเพียบเลยนะครับพี่
Dec. 18
SnC Chaideewrote:
แหะๆๆพี่โน๊ต
ผมย้ายบ้านกลับมาเหมือนเดิมแล้ว อิอิ
(แอบมีบ้านเล็กเป็น Hi5 5555)
Apr. 16
|
บันทึกของหมีน้อยอ่านความคิด...อ่านบันทึกของหมีน้อย May 31 ประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ จากการประชุมวิชาการ APAM 2009ก่อนอื่นขอบ่นสักเล็กน้อยเกี่ยวกับระบบ Live Spaces ของที่นี่ ซึ่งทำให้การเขียนเรื่องใหม่ของผมต้องล่าช้ามานานเกือบ 1 สัปดาห์เลยทีเดียว บางคนอาจพบว่าในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Live Spaces แห่งนี้ไม่สามารถล็อกอินเข้ามาลงบทความใหม่ๆ ได้เลย แต่กระนั้นก็ยังคงล็อกอินเข้าไปที่หน้าหลักของ Live Spaces ได้ ก็เป็นเรื่องแปลกแต่จริง!!
มาเข้าเรื่องกันดีกว่า...
เมื่อวันที่ 25-26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปหาประสบการณ์จากการประชุมวิชาการอีกครั้งหนึ่งครับ แต่ครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งก่อนๆ ตรงที่เป็นการประชุมวิชาการทางด้านคณิตศาสตร์ซึ่งตรงกับความถนัดของผมที่สุด โดยครั้งนี้มีชื่อว่า "การประชุมวิชาการคณิตศาสตร์บริสุทธิ์และประยุกต์ ประจำปี 2552 (APAM 2009)" หลายๆ คนอาจสงสัยว่า APAM นี้ย่อมาจากคำว่าอะไร คำว่า APAM มาจาก Annual Pure and Applied Mathematics นั่นเองครับ ซึ่งเขาจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สาระสำคัญของการประชุมก็คือ การนำเสนอผลงานวิจัยของนักคณิตศาสตร์ทั้งรุ่นเยาว์และไม่เยาว์จากทั่วประเทศไทย แต่สำหรับปีนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ภาควิชาคณิตศาสตร์ จุฬาฯ ได้เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (คณิตศาสตร์) มาครบรอบ 30 ปี และถือเป็นหลักสูตรปริญญาเอกทางคณิตศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย ดังนั้น ในงานนี้จึงมีการเชิญวิทยากรที่เป็นดุษฎีบัณฑิต 2 รุ่นแรกของหลักสูตรนี้จำนวน 5 ท่าน มาบรรยายพิเศษเกี่ยวกับงานวิจัยที่ท่านเหล่านั้นกำลังให้ความสนใจ ซึ่งวิทยากรทั้ง 5 ท่านนี้ ได้แก่
1. ศาสตราจารย์ ดร. ไพโรจน์ สัตยธรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (รุ่น 1) - Mathematical Finance
2. ศาสตราจารย์ ดร. สุเทพ สวนใต้ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (รุ่น 2) - Fixed Point Theorem
3. ศาสตราจารย์ ดร. กฤษณะ เนียมมณี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รุ่น 2) - Probability Theory
4. รองศาสตราจารย์ ดร. อิ่มจิตต์ เติมวุฒิพงษ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รุ่น 1) - Real Analysis
5. รองศาสตราจารย์ ดร. อุษณีย์ ลีรวัฒน์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (รุ่น 2) - Differential Field
รายละเอียดการบรรยายพิเศษของวิทยากรแต่ละท่าน ผมคงไม่เล่ารายละเอียดนะครับ เนื่องจากเนื้อหาแน่นจริงๆ คาดว่าคงเก็บรายละเอียดไว้ไม่หมดแน่ๆ อย่างไรก็ตาม ตลอดงาน 2 วัน มีการนำเสนอผลงานของหลายๆ สาขาของคณิตศาสตร์ ผมจึงเลือกที่จะไปฟังการนำเสนอผลงานทางด้าน Algebra ซึ่งก็ตรงกับความถนัดของผมที่สุดสาขาหนึ่ง ก็พบว่ามีความน่าสนใจมากทีเดียวครับ ก็หวังว่าในปีต่อๆ ไปทางภาควิชาคณิตศาสตร์ จุฬาฯ คงได้จัดงานที่มีความสำคัญเช่นนี้อีกนะครับ สำหรับผู้อ่านที่เป็นหรือกำลังจะเป็นนักคณิตศาสตร์ก็ลองสำรวจความถนัดของตัวเองว่าถนัดทางสาขาใดก็มุ่งไปทางนั้นจนถึงที่สุด ก็จะประสบความสำเร็จดังเช่นนักคณิตศาสตร์ 5 ท่านที่ได้รับเชิญมาในงานนี้ครับ April 12 7 วันอันสบายของหมีน้อยตาดำๆในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ทางราชการเขามีโครงการสำคัญโครงการหนึ่งที่ชื่อว่า "โครงการ 7 วันอันตราย ลดอุบัติเหตุ" ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดจำนวนผู้ได้รับผลกระทบทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสำคัญของชาติที่มีวันหยุดต่อเนื่อง 2 เทศกาล คือ เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ กับเทศกาลสงกรานต์ นั่นเองครับ สำหรับผมเองก็มีโครงการในทำนองเดียวกันนี้ด้วย จะเรียกว่าขอโหนกระแสก็ว่าได้ครับ
โดยผมขอให้ชื่อโครงการนี้ว่า "7 วันอันสบาย" ก็แล้วกัน...
อันที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า การพักผ่อนในช่วงสั้นๆ ก่อนจะที่จะเริ่มต้นเรียนปรับพื้นฐานระดับปริญญาโท ในช่วงที่ 2 ซึ่งกินเวลาตลอดครึ่งหลังของเดือนนี้เป็นต้นไป โดยในช่วงนี้ผมคงทำอะไรต่ออะไร (ผมถือว่างานที่ทำในช่วงพักผ่อน คือ การเปลี่ยนความจำเจที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาปกติ) ที่อยากทำในช่วงวันหยุดต่อเนื่องแบบนี้ เพราะการหาวันหยุดยาวๆ แบบนี้ในรอบปีมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นครับ ยกตัวอย่างสิ่งที่ผมจะทำล้วนเกี่ยวกับการปรับปรุง "คณิตศาสตร์บนเว็บไซต์" ทั้งสิ้น โดยเฉพาะในระบบเว็บบอร์ดกับสมุดเยี่ยม ซึ่งเป็นเรื่องทางเทคนิคนะครับ ไม่เกี่ยวกับผู้ใช้บริการทั่วไป จึงยังคงเปิดให้บริการตามปกติครับ
(สำหรับคนที่พลัดหลงเข้าไปชมแล้ว อยากจะแนะนำอะไรเพิ่มเติม ก็ฝากข้อความไว้ท้าย blog นี้ก็ได้ครับ...) March 20 ในที่สุด "มันก็มา"หลังจากเมื่อวันก่อนผมได้เขียนถึงผลคะแนนสอบ TOEFL iBT ไปแล้วก็ปรากฏว่า ใบคะแนนอย่างเป็นทางการที่เขาเรียกว่า TOEFL Score Report ก็ได้ถูกส่งทางไปรษณีย์มาถึงบ้านเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานครับ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องน่าแปลกใจหรือตื่นตะลึงแต่อย่างใด เพราะผลคะแนนนั้นได้รับทราบมาแล้วทางเว็บไซต์ของ TOEFL ครับ
สำหรับใบคะแนนนั้นมีทั้งหมด 2 หน้า ในหน้าแรกเป็นส่วนที่แสดงข้อมูลทั่วไปของผู้เข้าสอบ (test taker) เช่น รหัสลงทะเบียน ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด เป็นต้น นอกจากนั้นก็ยังประกอบด้วยส่วนที่ระบุถึงรหัสของสถาบันการศึกษาที่ผู้เข้าสอบต้องการให้ ETS ซึ่งเป็นผู้จัดสอบ TOEFL ส่งคะแนนทางระบบออนไลน์ไปให้ได้ (ซึ่งเราสามารถระบุได้เต็มที่ 4 สถาบัน แต่ถ้าใครไม่ได้ระบุไว้ ก็ไม่เป็นไร) จากนั้นก็จะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ คะแนนสอบ TOEFL iBT นั่นเองครับ โดยเขาจะแสดงคะแนนเป็นรายทักษะทั้ง 4 ด้านของเรา พร้อมทั้งรวมคะแนนให้ด้วย
ส่วนสุดท้ายก็คือ "การแปลผลคะแนน" ซึ่งจะเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผล (มาก?) เกี่ยวกับคะแนนในแต่ละทักษะของเรา โดยในส่วนนี้จะยาวถึง 1 หน้าครึ่งครับ คือ หน้า 2 ทั้งหมด กับอีกครึ่งหน้าแรกส่วนท้าย
อย่างไรตาม นอกจาก TOEFL Score Report แล้ว ภายในซองจดหมายที่ ETS ส่งมาให้เรานั้นเขาได้แนบใบ TOEFL iBT Official Score Report Request Form หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ใบแสดงความจำนงขอผลสอบแบบเดียวกันนี้อีก (หลายๆ) ชุดนั่นเองครับ โดยในส่วนนี้จะมีค่าบริการเพิ่มขึ้นอีกชุดละ 17 เหรียญสหรัฐฯ (แต่ไม่เกินคนละ 8 ชุด) ซึ่งในส่วนนี้ใครที่ไม่ต้องการขอใบคะแนนนี้อีกก็ไม่จำเป็นต้องใช้ครับ และในกรณีที่เราสมัครสอบ TOEFL iBT ผ่านทางอินเทอร์เน็ตมาแล้ว เขาก็มีบริการขอใบคะแนนนี้ทางอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกัน ซึ่งก็มีค่าบริการอีกชุดละ 17 เหรียญสหรัฐฯ เช่นกันครับ March 19 ว่าด้วยผลคะแนน TOEFL iBTผมจำได้ว่า ผมเคยเล่าเกี่ยวกับเกณฑ์คะแนน TOEFL iBT ขั้นต่ำที่จำเป็นต้องใช้ในการสมัครเข้าเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษาในประเทศอังกฤษไปแล้วใช่ไหมครับ แต่อันนั้นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นก็คือ ผมได้ไป "ลอง" สอบมาแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ด้วยความพร้อมสมบูรณ์แบบในความคิดของตัวเอง แต่หลังจาก 4 ชั่วโมงอันแสนสั้นผ่านพ้นไป ผมเองก็ตระหนักได้ทันทีว่า สิ่งที่เราคิดว่าพร้อมนั้น มันเป็นแค่การปลอบใจตัวเองเท่านั้นครับ ซึ่งผลลัพธ์จากการสอบในวันนั้นก็ประกาศออกมาแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ผลลัพธ์นั้นสุดแสนประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยคะแนนรวมเท่ากับ 49 จากเป้าหมายขั้นต่ำที่ต้องทำให้ได้ คือ 76
ซึ่งเมื่อแยกออกมาเป็นแต่ละ skill (ซึ่ง TOEFL iBT นั้นเขาแบ่งการทดสอบออกเป็น 4 skills ตามรูปแบบของการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ได้แก่ การอ่าน การฟัง การพูด และการเขียน (เรียงตามลำดับในเวลาสอบจริง)) ก็ปรากฏว่า skills ที่ประทับใจที่สุด คือ การฟัง เพราะในการทดสอบที่ใกล้เคียงกัน คือ CU-TEP นั้นผมทำคะแนนส่วนนี้ได้น้อยที่สุดครับ (การทดสอบ CU-TEP นั้นไม่มีทดสอบการพูด และการทดสอบการเขียนก็มีรูปแบบไม่เหมือนกับการสอบ TOEFL iBT ครับ) แต่สำหรับการสอบ TOEFL iBT นั้นผมทำคะแนนส่วนนี้ได้ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการอ่านนั้นผมคิดว่าทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ตัวเองคิดว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ สำหรับการพูดนั้นผมไม่ขอออกความเห็นครับ และในส่วนการเขียนนั้นก็สามารถทำได้ตามเป้าที่วางเอาไว้ เพราะโดยส่วนตัวผมค่อนข้างถนัดอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่
อาจจะมีหลายคนอยากถามผมว่า แล้วคิดจะทำอะไรต่อไป...
สำหรับผมแล้ว ผมคงต้องเตรียมตัวใหม่ให้ดีกว่านี้ในช่วงเวลาอีก 1 เดือนเศษๆ นับจากนี้ ก่อนจะถึงรอบสอบในเดือนพฤษภาคมครับ (เดือนเมษายนไม่มีการสอบในทุกๆ ศูนย์สอบ) เพื่อพยายามทำคะแนนให้ได้ใกล้เคียงกับ 76 หรือมากกว่านั้น เพื่อวัดดวงกับการศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ ถึงแม้ว่าในเวลานั้นผมคงทุ่มเทให้กับการเรียนปริญญาโทที่ ม.เกษตรศาสตร์ มากที่สุดก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุดการไปให้ถึงฝันก็ยังดีกว่าฝันแล้วไม่ได้ทำให้เป็นจริงหรือใกล้เคียงความจริงไม่ใช่หรือ??
ของแถมสำหรับคนที่ "แม้เพียงคิด" จะไปสอบ TOEFL iBT...
- การทดสอบ TOEFL iBT นั้นมีค่าใช้จ่ายต่อครั้งค่อนข้างแพง คือ ประมาณ 5,600-5,800 บาท (แปรผันตามค่าเงินเมื่อแปลงเป็นเงินบาทแล้ว) เพราะฉะนั้นแล้ว หากไม่อยากเสียทรัพย์ไปเพื่อสอบใหม่เป็นครั้งที่ 2, 3, ... ก็ควรจะต้องเตรียมตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นโรคเสียดายเงินแบบผมในช่วงแรกๆ ครับ
- การเตรียมสอบด้วยการซื้อหนังสือเตรียมสอบที่มีขายอยู่ดาษดื่นตามร้านหนังสือนั้น ไม่เพียงพอ ที่จะทำคะแนนให้ได้ตามเป้าหมายที่แต่ละคนตั้งเอาไว้ หากแต่ต้องมี "ประสบการณ์จริง" ในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารบ้าง (เพราะนี้คือจุดเด่นของการทดสอบ TOEFL iBT) ซึ่งประเด็นนี้เห็นได้ชัดในคะแนนส่วนการพูดของผมเองที่ทำได้ "แย่มาก" เพราะตัวผมเองมีประสบการณ์ในการพูดภาษาอังกฤษแบบจริงๆ จังๆ น้อยมากครับ
- ควรฝึกจับประเด็นสำคัญ (main points) แนวคิดหลัก (main ideas) จากสิ่งที่อ่าน/ฟัง/พูด ให้ดีๆ ซึ่งสิ่งนี้ผมคิดว่าทำได้ดีพอสมควร แต่ก็ยังไม่ดีพอครับ
- ควรฝึกทักษะการฟังให้มากที่สุด เพราะการทดสอบ TOEFL iBT ต้องใช้ทักษะการฟังถึง 3 ใน 4 ส่วน คือ
1) การฟัง (ทดสอบทักษะการฟังแบบเต็มรูปแบบ จำจำนวนข้อไม่ได้ จำได้แต่ว่าเป็นการฟังภาษาอังกฤษรวดเดียวที่ยาวนานที่สุดในชีวิต)
2) การพูด (ผู้เข้าสอบต้องฟังบทสนทนาซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทั่วไปในสถานศึกษา และการบรรยาย (lecture) วิชาพื้นฐานในชั้นเรียน) แล้วก็ตอบคำถามด้วยการพูดผ่านไมโครโฟนครับ ซึ่งส่วนนี้มีทั้งหมด 4 ข้อ จาก 6 ข้อ โดยแบ่งเป็น อ่าน/ฟัง/พูด และ ฟัง/พูด อย่างละ 2 ข้อ)
3) การเขียน (มีทั้งหมด 2 ข้อ โดยการฟังที่นำไปสู่การเขียนจะอยู่ในข้อแรกครับ ผู้เข้าสอบต้องอ่านบทความสั้นๆ เพื่อเก็บ main ideas และ/หรือรายละเอียดที่น่าสนใจ แล้วก็ฟังบทสนทนาซึ่งเป็นการบรรยายในชั้นเรียนและเกี่ยวข้องกับบทความที่ได้อ่าน หน้าที่ของเราก็คือ ต้องแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่อ่านกับสิ่งที่ฟังได้ เช่น สอดคล้อง หรือขัดแย้ง เป็นต้น) March 17 สัปดาห์เสียทรัพย์แห่งชาติ ครั้งที่ 37หลายคนที่อ่านหัวข้อ blog วันนี้แล้วอาจจะสงสัยว่า "สัปดาห์เสียทรัพย์แห่งชาติ ครั้งที่ 37" คืออะไร? คำตอบก็คือ เป็นชื่อเล่นของ "สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37" ซึ่งกำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม - 6 เมษายน นั่นเองครับ หลังจากที่เมื่อปีที่แล้วผมได้ไปงานนี้เป็นครั้งแรก แล้วเกิดอาการ "ติดใจ" ครับ เพราะได้หนังสือติดไม้ติดมือกลับบ้านได้ตามเป้าหมาย แต่ก็ต้องแลกด้วย "ทรัพย์" ที่หายไปร่วมๆ 1 พันบาท แต่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลครับ เพราะการเสียทรัพย์ไปเพื่อสิ่งที่เป็นประโยชน์นั้นเข้าท่ามากกว่าเสียทรัพย์เพื่อการอันไร้ประโยชน์หลายเท่าทีเดียว
สำหรับปีนี้ ผมคงวางเป้าหมายไว้ที่ textbook วิชาคณิตศาสตร์อีกเช่นเคย ซึ่งผมขอยืนยันว่า textbook ซึ่งหายากในเวลาปกตินั้นสามารถหาได้ "ค่อนข้าง" ง่ายในงานนี้ครับ โดยเป้าหมายของผมในปีนี้ก็คือ textbook ในวิชา Complex Analysis, Functional Analysis และ Abstract Algebra ส่วนหนังสือประเภทอื่นๆ ไม่ได้วางเป็นเป้าหมายเอาไว้ แต่ว่าถ้า "ถูกใจ" ก็คงไม่พลาดที่จะยอมเสียทรัพย์ครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม
|
อ่านความคิดของหมีน้อยตาดำๆ
|
|||||||||||||||||||||
|
|