Satdha's profileบันทึกของหมีน้อยPhotosBlogListsMore Tools Help

Satdha Hanwongrith

Occupation
Location
Interests
นิสิตปริญญาโท สาขาวิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Windows Media Player

ขอต้อนรับสู่ Guestbook ของหมีน้อยตาดำๆ ท่านสามารถเขียนข้อความได้ตามอัธยาศัยครับ

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Pranithanwrote:
หวัดดีค้าบบ ผมไม่ได้เมนต์ให้นานมากเลยนะครับ ขอโทษด้วยนะครับ

ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ "แม้แต่จะคิด" จะสอบ TOEFL แหละครับEmbarrassedแต่ก็นั่นแหละครับ เงิน และประสบการณ์ยังไม่มากพอ ก็ขอทำงานก่อนดีกว่าาา
แล้วพี่โน๊ตสบายดีหรือเปล่าละครับเนี่ยย ตกลงเรื่องเรียนต่อต่างประเทศ.. เป็นไปตามเป้ามาก น้อยเพียงใดครับ
ผมเป็นกำลังใจให้คนที่มีเป้าหมายคล้ายๆ กันนะครับ
May 22
Pranithanwrote:
ฝัน ฝัน ฝัน ตั้งใจ จะใฝ่ฝัน
ฟันฝ่าฟัน อุปสรรค์ ที่ขัดขวาง
ทรหด อดทน เดินสุดทาง
จุดหมายที่ วาดหวัง คงพบพาน

ล้มลงแล้ว ลุกขึ้น ก้าวต่อไป
ไร้สิ่งใด หยุดไฟ แห่งความฝัน
ร้อนจะสู้ หนาวจะทน ฝนจะทาน
คงจะผ่าน เจอสายรุ้ง สาดส่องมา

ขอให้ไปให้ถึงฝันนะครับ
Feb. 23
Pranithanwrote:
ขอบคุณมากนะครับสำหรับ disproof ของพี่ พออ่านจบ(ตอนสุดท้ายเข้าใจ)
แทบจะหลั่งน้ำตา จริงๆ แบบว่า ปลื้มอะที่อ่านแล้ว "เข้าใจ" ด้วย ^^
ผมเคย "เกลียด" คณิตศาสตร์เข้าไส้ แต่ตอนนี้ก็ยังทั้งรักทั้งชัง (เหอะๆ)
แหมๆ ชีวิตคู่ยังมีทั้งหวานทั้งขมเลยเนอะ
Jan. 15
Pranithanwrote:
โหห ประสบการณ์ชีวิตเพียบเลยนะครับพี่Smile
Dec. 18
SnC Chaideewrote:
แหะๆๆพี่โน๊ต
 
ผมย้ายบ้านกลับมาเหมือนเดิมแล้ว อิอิ
 
(แอบมีบ้านเล็กเป็น Hi5  5555)
Apr. 16

บันทึกของหมีน้อย

อ่านความคิด...อ่านบันทึกของหมีน้อย
May 31

ประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ จากการประชุมวิชาการ APAM 2009

ก่อนอื่นขอบ่นสักเล็กน้อยเกี่ยวกับระบบ Live Spaces ของที่นี่ ซึ่งทำให้การเขียนเรื่องใหม่ของผมต้องล่าช้ามานานเกือบ 1 สัปดาห์เลยทีเดียว บางคนอาจพบว่าในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Live Spaces แห่งนี้ไม่สามารถล็อกอินเข้ามาลงบทความใหม่ๆ ได้เลย แต่กระนั้นก็ยังคงล็อกอินเข้าไปที่หน้าหลักของ Live Spaces ได้ ก็เป็นเรื่องแปลกแต่จริง!!
 
มาเข้าเรื่องกันดีกว่า...
 
เมื่อวันที่ 25-26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปหาประสบการณ์จากการประชุมวิชาการอีกครั้งหนึ่งครับ แต่ครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งก่อนๆ ตรงที่เป็นการประชุมวิชาการทางด้านคณิตศาสตร์ซึ่งตรงกับความถนัดของผมที่สุด โดยครั้งนี้มีชื่อว่า "การประชุมวิชาการคณิตศาสตร์บริสุทธิ์และประยุกต์ ประจำปี 2552 (APAM 2009)" หลายๆ คนอาจสงสัยว่า APAM นี้ย่อมาจากคำว่าอะไร คำว่า APAM มาจาก Annual Pure and Applied Mathematics นั่นเองครับ ซึ่งเขาจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
สาระสำคัญของการประชุมก็คือ การนำเสนอผลงานวิจัยของนักคณิตศาสตร์ทั้งรุ่นเยาว์และไม่เยาว์จากทั่วประเทศไทย แต่สำหรับปีนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ภาควิชาคณิตศาสตร์ จุฬาฯ ได้เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (คณิตศาสตร์) มาครบรอบ 30 ปี และถือเป็นหลักสูตรปริญญาเอกทางคณิตศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย ดังนั้น ในงานนี้จึงมีการเชิญวิทยากรที่เป็นดุษฎีบัณฑิต 2 รุ่นแรกของหลักสูตรนี้จำนวน 5 ท่าน มาบรรยายพิเศษเกี่ยวกับงานวิจัยที่ท่านเหล่านั้นกำลังให้ความสนใจ ซึ่งวิทยากรทั้ง 5 ท่านนี้ ได้แก่
1. ศาสตราจารย์ ดร. ไพโรจน์ สัตยธรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (รุ่น 1) - Mathematical Finance
2. ศาสตราจารย์ ดร. สุเทพ สวนใต้ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (รุ่น 2) - Fixed Point Theorem
3. ศาสตราจารย์ ดร. กฤษณะ เนียมมณี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รุ่น 2) - Probability Theory
4. รองศาสตราจารย์ ดร. อิ่มจิตต์ เติมวุฒิพงษ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รุ่น 1) - Real Analysis
5. รองศาสตราจารย์ ดร. อุษณีย์ ลีรวัฒน์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (รุ่น 2) - Differential Field
 
รายละเอียดการบรรยายพิเศษของวิทยากรแต่ละท่าน ผมคงไม่เล่ารายละเอียดนะครับ เนื่องจากเนื้อหาแน่นจริงๆ คาดว่าคงเก็บรายละเอียดไว้ไม่หมดแน่ๆ อย่างไรก็ตาม ตลอดงาน 2 วัน มีการนำเสนอผลงานของหลายๆ สาขาของคณิตศาสตร์ ผมจึงเลือกที่จะไปฟังการนำเสนอผลงานทางด้าน Algebra ซึ่งก็ตรงกับความถนัดของผมที่สุดสาขาหนึ่ง ก็พบว่ามีความน่าสนใจมากทีเดียวครับ ก็หวังว่าในปีต่อๆ ไปทางภาควิชาคณิตศาสตร์ จุฬาฯ คงได้จัดงานที่มีความสำคัญเช่นนี้อีกนะครับ สำหรับผู้อ่านที่เป็นหรือกำลังจะเป็นนักคณิตศาสตร์ก็ลองสำรวจความถนัดของตัวเองว่าถนัดทางสาขาใดก็มุ่งไปทางนั้นจนถึงที่สุด ก็จะประสบความสำเร็จดังเช่นนักคณิตศาสตร์ 5 ท่านที่ได้รับเชิญมาในงานนี้ครับ
April 12

7 วันอันสบายของหมีน้อยตาดำๆ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ทางราชการเขามีโครงการสำคัญโครงการหนึ่งที่ชื่อว่า "โครงการ 7 วันอันตราย ลดอุบัติเหตุ" ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดจำนวนผู้ได้รับผลกระทบทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสำคัญของชาติที่มีวันหยุดต่อเนื่อง 2 เทศกาล คือ เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ กับเทศกาลสงกรานต์ นั่นเองครับ สำหรับผมเองก็มีโครงการในทำนองเดียวกันนี้ด้วย จะเรียกว่าขอโหนกระแสก็ว่าได้ครับ
 
โดยผมขอให้ชื่อโครงการนี้ว่า "7 วันอันสบาย" ก็แล้วกัน...
 
อันที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า การพักผ่อนในช่วงสั้นๆ ก่อนจะที่จะเริ่มต้นเรียนปรับพื้นฐานระดับปริญญาโท ในช่วงที่ 2 ซึ่งกินเวลาตลอดครึ่งหลังของเดือนนี้เป็นต้นไป โดยในช่วงนี้ผมคงทำอะไรต่ออะไร (ผมถือว่างานที่ทำในช่วงพักผ่อน คือ การเปลี่ยนความจำเจที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาปกติ) ที่อยากทำในช่วงวันหยุดต่อเนื่องแบบนี้ เพราะการหาวันหยุดยาวๆ แบบนี้ในรอบปีมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นครับ ยกตัวอย่างสิ่งที่ผมจะทำล้วนเกี่ยวกับการปรับปรุง "คณิตศาสตร์บนเว็บไซต์" ทั้งสิ้น โดยเฉพาะในระบบเว็บบอร์ดกับสมุดเยี่ยม ซึ่งเป็นเรื่องทางเทคนิคนะครับ ไม่เกี่ยวกับผู้ใช้บริการทั่วไป จึงยังคงเปิดให้บริการตามปกติครับ
 
(สำหรับคนที่พลัดหลงเข้าไปชมแล้ว อยากจะแนะนำอะไรเพิ่มเติม ก็ฝากข้อความไว้ท้าย blog นี้ก็ได้ครับ...)
March 20

ในที่สุด "มันก็มา"

หลังจากเมื่อวันก่อนผมได้เขียนถึงผลคะแนนสอบ TOEFL iBT ไปแล้วก็ปรากฏว่า ใบคะแนนอย่างเป็นทางการที่เขาเรียกว่า TOEFL Score Report ก็ได้ถูกส่งทางไปรษณีย์มาถึงบ้านเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานครับ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องน่าแปลกใจหรือตื่นตะลึงแต่อย่างใด เพราะผลคะแนนนั้นได้รับทราบมาแล้วทางเว็บไซต์ของ TOEFL ครับ
 
สำหรับใบคะแนนนั้นมีทั้งหมด 2 หน้า ในหน้าแรกเป็นส่วนที่แสดงข้อมูลทั่วไปของผู้เข้าสอบ (test taker) เช่น รหัสลงทะเบียน ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด เป็นต้น นอกจากนั้นก็ยังประกอบด้วยส่วนที่ระบุถึงรหัสของสถาบันการศึกษาที่ผู้เข้าสอบต้องการให้ ETS ซึ่งเป็นผู้จัดสอบ TOEFL ส่งคะแนนทางระบบออนไลน์ไปให้ได้ (ซึ่งเราสามารถระบุได้เต็มที่ 4 สถาบัน แต่ถ้าใครไม่ได้ระบุไว้ ก็ไม่เป็นไร) จากนั้นก็จะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ คะแนนสอบ TOEFL iBT นั่นเองครับ โดยเขาจะแสดงคะแนนเป็นรายทักษะทั้ง 4 ด้านของเรา พร้อมทั้งรวมคะแนนให้ด้วย
 
ส่วนสุดท้ายก็คือ "การแปลผลคะแนน" ซึ่งจะเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผล (มาก?) เกี่ยวกับคะแนนในแต่ละทักษะของเรา โดยในส่วนนี้จะยาวถึง 1 หน้าครึ่งครับ คือ หน้า 2 ทั้งหมด กับอีกครึ่งหน้าแรกส่วนท้าย
 
อย่างไรตาม นอกจาก TOEFL Score Report แล้ว ภายในซองจดหมายที่ ETS ส่งมาให้เรานั้นเขาได้แนบใบ TOEFL iBT Official Score Report Request Form หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ใบแสดงความจำนงขอผลสอบแบบเดียวกันนี้อีก (หลายๆ) ชุดนั่นเองครับ โดยในส่วนนี้จะมีค่าบริการเพิ่มขึ้นอีกชุดละ 17 เหรียญสหรัฐฯ (แต่ไม่เกินคนละ 8 ชุด) ซึ่งในส่วนนี้ใครที่ไม่ต้องการขอใบคะแนนนี้อีกก็ไม่จำเป็นต้องใช้ครับ และในกรณีที่เราสมัครสอบ TOEFL iBT ผ่านทางอินเทอร์เน็ตมาแล้ว เขาก็มีบริการขอใบคะแนนนี้ทางอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกัน ซึ่งก็มีค่าบริการอีกชุดละ 17 เหรียญสหรัฐฯ เช่นกันครับ
March 19

ว่าด้วยผลคะแนน TOEFL iBT

ผมจำได้ว่า ผมเคยเล่าเกี่ยวกับเกณฑ์คะแนน TOEFL iBT ขั้นต่ำที่จำเป็นต้องใช้ในการสมัครเข้าเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษาในประเทศอังกฤษไปแล้วใช่ไหมครับ แต่อันนั้นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นก็คือ ผมได้ไป "ลอง" สอบมาแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ด้วยความพร้อมสมบูรณ์แบบในความคิดของตัวเอง แต่หลังจาก 4 ชั่วโมงอันแสนสั้นผ่านพ้นไป ผมเองก็ตระหนักได้ทันทีว่า สิ่งที่เราคิดว่าพร้อมนั้น มันเป็นแค่การปลอบใจตัวเองเท่านั้นครับ ซึ่งผลลัพธ์จากการสอบในวันนั้นก็ประกาศออกมาแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
 
ผลลัพธ์นั้นสุดแสนประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยคะแนนรวมเท่ากับ 49 จากเป้าหมายขั้นต่ำที่ต้องทำให้ได้ คือ 76
 
ซึ่งเมื่อแยกออกมาเป็นแต่ละ skill (ซึ่ง TOEFL iBT นั้นเขาแบ่งการทดสอบออกเป็น 4 skills ตามรูปแบบของการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ได้แก่ การอ่าน การฟัง การพูด และการเขียน (เรียงตามลำดับในเวลาสอบจริง)) ก็ปรากฏว่า skills ที่ประทับใจที่สุด คือ การฟัง เพราะในการทดสอบที่ใกล้เคียงกัน คือ CU-TEP นั้นผมทำคะแนนส่วนนี้ได้น้อยที่สุดครับ (การทดสอบ CU-TEP นั้นไม่มีทดสอบการพูด และการทดสอบการเขียนก็มีรูปแบบไม่เหมือนกับการสอบ TOEFL iBT ครับ) แต่สำหรับการสอบ TOEFL iBT นั้นผมทำคะแนนส่วนนี้ได้ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
 
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการอ่านนั้นผมคิดว่าทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ตัวเองคิดว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ สำหรับการพูดนั้นผมไม่ขอออกความเห็นครับ และในส่วนการเขียนนั้นก็สามารถทำได้ตามเป้าที่วางเอาไว้ เพราะโดยส่วนตัวผมค่อนข้างถนัดอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่
 
อาจจะมีหลายคนอยากถามผมว่า แล้วคิดจะทำอะไรต่อไป...
 
สำหรับผมแล้ว ผมคงต้องเตรียมตัวใหม่ให้ดีกว่านี้ในช่วงเวลาอีก 1 เดือนเศษๆ นับจากนี้ ก่อนจะถึงรอบสอบในเดือนพฤษภาคมครับ (เดือนเมษายนไม่มีการสอบในทุกๆ ศูนย์สอบ) เพื่อพยายามทำคะแนนให้ได้ใกล้เคียงกับ 76 หรือมากกว่านั้น เพื่อวัดดวงกับการศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ ถึงแม้ว่าในเวลานั้นผมคงทุ่มเทให้กับการเรียนปริญญาโทที่ ม.เกษตรศาสตร์  มากที่สุดก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุดการไปให้ถึงฝันก็ยังดีกว่าฝันแล้วไม่ได้ทำให้เป็นจริงหรือใกล้เคียงความจริงไม่ใช่หรือ??
 
ของแถมสำหรับคนที่ "แม้เพียงคิด" จะไปสอบ TOEFL iBT...
- การทดสอบ TOEFL iBT นั้นมีค่าใช้จ่ายต่อครั้งค่อนข้างแพง คือ ประมาณ 5,600-5,800 บาท (แปรผันตามค่าเงินเมื่อแปลงเป็นเงินบาทแล้ว) เพราะฉะนั้นแล้ว หากไม่อยากเสียทรัพย์ไปเพื่อสอบใหม่เป็นครั้งที่ 2, 3, ... ก็ควรจะต้องเตรียมตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นโรคเสียดายเงินแบบผมในช่วงแรกๆ ครับ
- การเตรียมสอบด้วยการซื้อหนังสือเตรียมสอบที่มีขายอยู่ดาษดื่นตามร้านหนังสือนั้น ไม่เพียงพอ ที่จะทำคะแนนให้ได้ตามเป้าหมายที่แต่ละคนตั้งเอาไว้ หากแต่ต้องมี "ประสบการณ์จริง" ในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารบ้าง (เพราะนี้คือจุดเด่นของการทดสอบ TOEFL iBT) ซึ่งประเด็นนี้เห็นได้ชัดในคะแนนส่วนการพูดของผมเองที่ทำได้ "แย่มาก" เพราะตัวผมเองมีประสบการณ์ในการพูดภาษาอังกฤษแบบจริงๆ จังๆ น้อยมากครับ
- ควรฝึกจับประเด็นสำคัญ (main points) แนวคิดหลัก (main ideas) จากสิ่งที่อ่าน/ฟัง/พูด ให้ดีๆ ซึ่งสิ่งนี้ผมคิดว่าทำได้ดีพอสมควร แต่ก็ยังไม่ดีพอครับ
- ควรฝึกทักษะการฟังให้มากที่สุด เพราะการทดสอบ TOEFL iBT ต้องใช้ทักษะการฟังถึง 3 ใน 4 ส่วน คือ
1) การฟัง (ทดสอบทักษะการฟังแบบเต็มรูปแบบ จำจำนวนข้อไม่ได้ จำได้แต่ว่าเป็นการฟังภาษาอังกฤษรวดเดียวที่ยาวนานที่สุดในชีวิต)
2) การพูด (ผู้เข้าสอบต้องฟังบทสนทนาซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทั่วไปในสถานศึกษา และการบรรยาย (lecture) วิชาพื้นฐานในชั้นเรียน) แล้วก็ตอบคำถามด้วยการพูดผ่านไมโครโฟนครับ ซึ่งส่วนนี้มีทั้งหมด 4 ข้อ จาก 6 ข้อ โดยแบ่งเป็น อ่าน/ฟัง/พูด และ ฟัง/พูด อย่างละ 2 ข้อ)
3) การเขียน (มีทั้งหมด 2 ข้อ โดยการฟังที่นำไปสู่การเขียนจะอยู่ในข้อแรกครับ ผู้เข้าสอบต้องอ่านบทความสั้นๆ เพื่อเก็บ main ideas และ/หรือรายละเอียดที่น่าสนใจ แล้วก็ฟังบทสนทนาซึ่งเป็นการบรรยายในชั้นเรียนและเกี่ยวข้องกับบทความที่ได้อ่าน หน้าที่ของเราก็คือ ต้องแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่อ่านกับสิ่งที่ฟังได้ เช่น สอดคล้อง หรือขัดแย้ง เป็นต้น)
March 17

สัปดาห์เสียทรัพย์แห่งชาติ ครั้งที่ 37

หลายคนที่อ่านหัวข้อ blog วันนี้แล้วอาจจะสงสัยว่า "สัปดาห์เสียทรัพย์แห่งชาติ ครั้งที่ 37" คืออะไร? คำตอบก็คือ เป็นชื่อเล่นของ "สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37" ซึ่งกำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม - 6 เมษายน นั่นเองครับ หลังจากที่เมื่อปีที่แล้วผมได้ไปงานนี้เป็นครั้งแรก แล้วเกิดอาการ "ติดใจ" ครับ เพราะได้หนังสือติดไม้ติดมือกลับบ้านได้ตามเป้าหมาย แต่ก็ต้องแลกด้วย "ทรัพย์" ที่หายไปร่วมๆ 1 พันบาท แต่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลครับ เพราะการเสียทรัพย์ไปเพื่อสิ่งที่เป็นประโยชน์นั้นเข้าท่ามากกว่าเสียทรัพย์เพื่อการอันไร้ประโยชน์หลายเท่าทีเดียว
 
สำหรับปีนี้ ผมคงวางเป้าหมายไว้ที่ textbook วิชาคณิตศาสตร์อีกเช่นเคย ซึ่งผมขอยืนยันว่า textbook ซึ่งหายากในเวลาปกตินั้นสามารถหาได้ "ค่อนข้าง" ง่ายในงานนี้ครับ โดยเป้าหมายของผมในปีนี้ก็คือ textbook ในวิชา Complex Analysis, Functional Analysis และ Abstract Algebra ส่วนหนังสือประเภทอื่นๆ ไม่ได้วางเป็นเป้าหมายเอาไว้ แต่ว่าถ้า "ถูกใจ" ก็คงไม่พลาดที่จะยอมเสียทรัพย์ครับ
 
ข้อมูลเพิ่มเติม
 
Photo 1 of 21